ค ม อการจ ดทา เอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (อทร.) พ.ศ.๒๕๕๖
ค ม อการจ ดทา เอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (อทร.) คณะกรรมการพ จารณาและจ ดท าเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ ส.ค.๒๕๕๖
คานา ค ม อการจ ดทาเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (อทร.) ฉบ บน จ ดท าข นเพ อใช เป นแนวทางในการจ ดท า อทร. ให ก บหน วยต าง ๆ เน องจากในการจ ดท า อทร. ท ผ านมา ย งไม ได ม การก าหนดร ปแบบของ อทร. ไว อย างช ดเจน โดยม การกาหนดร ปแบบไว เฉพาะแบบปกนอก และใบอน ม ต บ ตร เท าน น ส วนร ปแบบของเน อหาในส วนอ น ๆ ข นอย ก บหน วยท จ ดท า อทร. ท าให อทร. ม ร ปแบบท ไม เป นมาตรฐานเด ยวก น และไม สอดคล องก บ แบบมาตรฐานการพ มพ หน งส อราชการของ ทร. ตามท สบ.ทร. ได ก าหนดไว ด งน น ฝ ายเลขาน การ คณะกรรมการพ จารณาและจ ดท า อทร. จ งได จ ดท าค ม อการจ ดท า อทร. ฉบ บน โดยได ตรวจสอบข อม ล เก ยวก บการจ ดท าเอกสารอ างอ ง รวมท งร ปแบบการจ ดท าเอกสารท เป นมาตรฐาน ตลอดจนต วอย าง เอกสารอ างอ งจากแหล งต าง ๆ และระเบ ยบส าน กนายกร ฐมนตร ว าด วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ และท แก ไข เพ มเต ม แล วนามากาหนดเป นค ม อการจ ดทาเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (อทร.) ฉบ บน เพ อให หน วยต าง ๆ ได นาไปใช เป นกรอบและแนวทางในการจ ดทา อทร. ต อไป ในเอกสารเล มน ได ม เน อหาท สาค ญในการจ ดทา อทร. ๒ ส วน ค อ องค ประกอบของ อทร. ซ งม รายละเอ ยด ของแต ละห วข อเร องท สาค ญ และแนวทางการจ ดพ มพ อทร. ท งน ในการเร ยบเร ยง อทร. แต ละเร องอาจม จานวนบท และห วข อท แตกต างหร อไม เท าก น ข นอย ก บว ตถ ประสงค ล กษณะของเอกสารอ างอ ง และเน อหาประกอบ อย างไรก ตาม แนวทางการเร ยบเร ยงและโครงเร องของเอกสารอ างอ งในแต ละบท รวมท งการจ ดท าร ปเล ม ควรจะเป นไปตามท กาหนดไว ในค ม อการจ ดทาเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (อทร.) ฉบ บน ฝ ายเลขาน การคณะกรรมการพ จารณาและจ ดท าเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ หว งเป นอย างย งว า ค ม อการจ ดท าเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (อทร.) ฉบ บน จะเป นประโยชน ส าหร บการพ จารณาและจ ดท า เอกสารอ างอ งของกองท พเร อของหน วยต าง ๆ รวมท งผ ท เก ยวข อง ท งน หากท านใดพบข อบกพร องท สมควรแก ไข ปร บปร งเพ อให เอกสารเล มน ม ความสมบ รณ มากย งข น ขอได กร ณาส งข อค ดเห นมาย งฝ ายเลขาน การ คณะกรรมการพ จารณาและจ ดทาเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (กพก.ยก.ทร.) จ กเป นพระค ณอย างส ง ฝ ายเลขาน การคณะกรรมการพ จารณาและจ ดทาเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ
ร ปแบบและองค ประกอบของ ทร. แนวทางการจ ดทาเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ เอกสารอ างอ งของกองท พเร อ (อทร.) ค อ เอกสารท จ ดท าข นเพ อใช เป นแนวทางในการปฏ บ ต ในเร องใด เร องหน ง ให ก บก าล งพลในการกองท พเร อ ใช ย ดเป นแนวทาง โดยในการจ ดท า อทร. น น ควรจะม ความน าเช อถ อ และถ กต องตามหล กว ชาการ ท งน จากการตรวจสอบจากทฤษฎ หล กการในการจ ดท าเอกสารต าง ๆ ตลอดจน ต วอย างของเอกสารอ างอ ง อทร. ควรประกอบด วย เอกสาร ๓ ส วน ได แก ๑. ส วนตอนต น ค อ ส วนประกอบต งแต ปกหน าจนถ งก อนถ งเน อความ ซ งจะประกอบโดยรายละเอ ยดต าง ๆ ปกหน า ปกใน ค านา สารบ ญ ตาราง สารบ ญภาพ สารบ ญแผนภ ม รวมท งคาอธ บาย ส ญล กษณ คาย อต าง ๆ ๒. ส วนเน อความ ค อ ส วนประกอบในบทต าง ๆ โดยท วไปบทแรกจะเป นบทน า บทต อ ๆ ไปจะเป นเน อหา ท ต องการน าเสนอ และในบทส ดท ายจะเป นการสร ปเน อหาท ม มาต งแต ต น โดยม องค ประกอบของเน อหา ในแต ละส วน ด งน ส วนท เป นบทนา ประกอบด วย - ความเป นมาและความสาค ญของเอกสารอ างอ ง - ว ตถ ประสงค ของการจ ดทาเอกสารอ างอ ง - ขอบเขตของเน อหาในเอกสารอ างอ ง - ว ธ การจ ดทาเอกสารอ างอ ง - การนาเอกสารอ างอ งไปใช ประโยชน ส วนท เป นต วเร อง ประกอบด วย - ทฤษฎ แนวค ด หล กการท ใช สาหร บการอ างอ ง - ระเบ ยบปฏ บ ต ท เก ยวข องก บการปฏ บ ต งานของกองท พเร อ - การประย กต ใช สาหร บการปฏ บ ต งานของกองท พเร อ ส วนท เป นข อสร ปและข อเสนอแนะ ประกอบด วย - การสร ปเร องในเอกสารท งหมดในภาพรวม - ข อเสนอแนะในการใช เอกสารอ างอ งหร อการปร บปร ง - การประย กต ใช เอกสารอ างอ งในล กษณะต าง ๆ ๓. ส วนตอนท าย ค อ ส วนของผนวก รายการอ างอ ง (เช งอรรถ) บรรณาน กรม รายช อของคณะผ จ ดทา ร ปแบบในการพ มพ เอกสารอ างอ งของกองท พเร อ การแบ งบทและห วข อในบท ๑. บท เม อเร มบทใหม ต องข นหน าใหม เสมอ และม หมายเลขประจ าบท โดยใช ค าว า บทท และ ช อบท อย ในตาแหน งก งกลางหน ากระดาษ โดยใช ต วหนา ไม ต องข ดเส นใต ๒. ห วข อหล ก พ มพ อ กษรต วเข มและข ดเส นใต ช ดแนวพ มพ ด านซ าย ๓. ตาราง ประกอบไปด วย ลาด บท ของตาราง ช อของตาราง ส วนของข อความ และท มาของตาราง การลาด บหน า ( หมายเลขหน า) ๑. ส วนประกอบตอนต น ใช ต วอ กษรภาษาไทย เร ยงตามลาด บพย ญชนะ ๒. ส วนเน อความและส วนอ างอ ง ใช ต วเลขไทย เร ยงตามล าด บเลข โดยเร มต นและจบในแต ละบท ท งน หน าแรกของบท รายการอ างอ ง และภาคผนวก ไม ต องพ มพ หมายเลขหน า
๓. พ มพ เลขหน าไว ท ม มบนขวาของหน ากระดาษ การอ างอ ง สาหร บในส วนของการอ างอ ง น น ให เล อกใช ระบบใดระบบหน ง แต ท งน ต องเป นระบบเด ยวก นท งเล ม ซ งระบบอ างอ งท น ยมใช ได แก ๑. ระบบการอ างอ งแบบ นาม-ป ๒. ระบบการอ างอ งแบบต วเลข ๓. ระบบการอ างอ งแบบเช งอรรถ แบบและขนาดต วอ กษร ในการพ มพ เน อความท งหมด นอกเหน อจากท ก าหนดไว ในรายละเอ ยดของการแบ งบทและห วข อในบทน น ให ใช แบบอ กษร ด งน - สาหร บภาษาไทยใช แบบอ กษร TH SarabunPSK ขนาด ๑๖ พอยต - สาหร บภาษาอ งกฤษใช แบบอ กษร Time New Roman ขนาด ๑๑ พอยต ร ปแบบการเข ยนห วข อย อย ในการเข ยนห วข อย อย น น ให ใช ระบบต วเลข ตามต วอย าง ๑. การ ๑.๑ การ ๑.๑.๑ การ (ระยะห างระหว างห วข อใหญ เว นระยะ ๑ เคาะ Enter) ๒. การ การกาหนดช นความล บของเอกสาร ส าหร บเอกสารท จ าเป นต องก าหนดช นความล บ ขอให ปฏ บ ต ตามระเบ ยบว าด วยการร กษาความล บ ของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๔ และระเบ ยบกองท พเร อว าด วยการร กษาความปลอดภ ยระบบสารสนเทศ พ.ศ.๒๕๕๔
เอกสารอ างอ ง ๑. ระเบ ยบสาน กนายกร ฐมนตร ว าด วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ และท แก ไขเพ มเต ม ๒. ระเบ ยบว าด วยการร กษาความล บของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๔ ๓. ระเบ ยบกองท พเร อว าด วยการร กษาความปลอดภ ยระบบสารสนเทศ พ.ศ.๒๕๕๔ ๔. อทร. ๘๐๐๗ การเร ยบเร ยงเอกสารว จ ย พ.ศ.๒๕๔๖ ๕. แบบมาตรฐานการพ มพ หน งส อราชการของ ทร. จ ดทาโดย สบ.ทร.
ต วอย างร ปเล ม อทร.
๑ น วจาก ขอบบน แบบการจ ดพ มพ ปกหน า ๑.๕ น ว จากขอบขวา ๐.๗๕ น ว จากขอบซ าย อทร. ๓ ๕ น ร ยเวชกรรมใต น า ของกองท พเร อ ต วอ กษรแบบ TH SarabunPSK ขนาด ๔๘ พอยต (pt) พ.ศ.๒๕๕๖ (แบบปกหน า) ๑ น วจากขอบล าง
อทร. ๓ ๕ น ร ยเวชกรรมใต น า ของกองท พเร อ ต วอ กษรแบบ TH SarabunPSK ขนาด ๔๘ พอยต (pt) พ.ศ.๒๕๕๖ (แบบปกใน)
เอกสารอ างอ งของกองท พเร อ หมายเลข ๓ ๕ น ร ยเวชกรรมใต น าของกองท พเร อ จ ดทาโดย คณะทางานพ จารณาและจ ดท า อทร. ด านอ นๆ ต วอ กษรแบบ TH SarabunPSK ขนาด ๒๘ พอยต (pt) พ มพ แก ไขคร งท ๑ ส งหาคม ๒๕๕๖
อทร. ๓ ๕ บ นท กการเปล ยนแปลง/แก ไข ลาด บท รายการแก ไข ว นเด อนป ท ทาการแก ไข ผ แก ไข (ยศ-นาม-ตาแหน ง) หมายเหต
(๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) คานา ในส วนน เป นการกล าวนาของคณะทางานเก ยวก บ ๑. ว ตถ ประสงค หร อม ลเหต จ งใจท ทาให ต องจ ดทา อทร. ฉบ บน ๒. อ ปสรรคในการทา อทร. ฉบ บน ๓. กล าวขอบค ณผ ท ได ให ความช วยเหล อ สน บสน น ในการจ ดท าเอกสาร รวมท งยอมร บผ ดหากม ข อผ ดพลาด หมายเหต คานาไม ควรยาวมากน กค อไม เก น ๑ หน ากระดาษ คณะทางานพ จารณาและจ ดทาเอกสารอ างอ งของกองท พเร อ ด านอ นๆ เด อน ป (เลขไทย ๔ หล ก)
สารบ ญ (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) คานา (ก) สารบ ญ (ข) สารบ ญตาราง (ถ าม ) (ค) สารบ ญภาพ (ถ าม ) (ง) สารบ ญแผนภาพ/แผนภ ม (ถ าม ) บทท (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) หน า ๑ บทนา (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) ๑ กล าวนา ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา ว ตถ ประสงค สมมต ฐาน ประโยชน ท คาดว าจะได ร บ น ยามศ พท เฉพาะ (ถ าม ) คาย อท ใช (ถ าม ) ๒ พ มพ ช อบท พ มพ ห วข อนาของบท ห วข อรองจากห วข อนา ๓ พ มพ ช อบท พ มพ ห วข อนาของบท ห วข อรองจากห วข อนา ๔ พ มพ ช อบท พ มพ ห วข อนาของบท ห วข อรองจากห วข อนา ๕ สร ป พ มพ ห วข อนาของบท ผนวก (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) ก. พ มพ ห วข อผนวก ข. พ มพ ห วข อนาของบท ค. พ มพ ห วข อนาของบท บรรณาน กรม (ต วหนา ไม ข ดเส นใต )
สารบ ญตาราง (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) ตารางท (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) หน า ๑. พ มพ ห วข อหร อช อของตาราง ๑๐ก ๒. พ มพ ห วข อหร อช อของตาราง ๒๐ข ๓. พ มพ ห วข อหร อช อของตาราง ๓๐ค หมายเหต ด วยเทคโนโลย ท ท นสม ยในป จจ บ น จากโปรแกรมประย กต ท ใช ในการพ มพ เอกสารท วไป สามารถใส ภาพ ตาราง แผนภาพ หร อแผนภ ม ต าง ๆ เข าไปในส วนของบทความหร อเน อเร องได เลย ด งน นการให หมายเลขหน า จ งอน โลมให ใส หมายเลขหน าตามปกต ท ให ไว ในต วบทได โดยไม ต องม ต วอ กษรก าก บ (ตามท แสดงต วอย าง เป นการจ ดทาแยกหน าไว เฉพาะในส วนของภาพ ตาราง แผนภาพ หร อแผนภ ม )
สารบ ญ าพ (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) าพท (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) หน า ๑. พ มพ ช อของภาพ ๒. พ มพ ช อของภาพ ๓. พ มพ ช อของภาพ
สารบ ญแผน าพ/แผน ม (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) แผน าพ/แผน ม (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) ๑. พ มพ ช อของแผนภาพ/แผนภ ม ๒. พ มพ ช อของแผนภาพ/แผนภ ม ๓. พ มพ ช อของแผนภาพ/แผนภ ม หน า
๑ น วจาก ขอบบน แบบการจ ดพ มพ บทท บทท เลขท ของบท (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ขนาด 20 pt) ๑.๕ น ว จากขอบขวา ช อบท (ช อสอดคล องก บสารบ ญ ต วหนา ไม ข ดเส นใต ขนาด 20 pt) (เว นระยะห างจากช อบท ๓ ช วงบรรท ด หร อ ๓ เคาะ ENTER) ช อห วข อนาของบทหร อห วข อร มซ าย...(ช อสอดคล องก บสารบ ญ ต วหนา ข ดเส นใต ) (เว นระยะห างจากห วข อนา ๑ ช วงบรรท ด หร อ ๑ เคาะ ENTER ก อนเร มพ มพ เน อความ) ½ น ว เร มพ มพ เน อความโดยเย องย อหน าจากขอบซ ายเข าไป ½ น ว ๐.๗๕ น ว จากขอบซ าย ๑. ช อห วข อรอง (กาก บด วยลาด บต วเลขและมห พภาค พ มพ ต วหนา ข ดเส นใต เย องย อหน าจาก ห วข อน าเข าไป ½ น ว โดยเร มพ มพ ช อห วข อรองท ระยะ ๒ เคาะ Space Bar จากเลขล าด บห วข อ และเร ม พ มพ เน อความท ระยะ ๒ เคาะ Space Bar ถ ดจากช อห วข อรอง) ๑.๑ ช อห วข อย อย (ก าก บด วยล าด บต วเลข พ มพ ต วอ กษรธรรมดา เร มพ มพ ล าด บบทท ห วข อ ย อยในต าแหน งตรงก บช อห วข อรองข างบน โดยเร มพ มพ ช อห วข อย อยท ระยะ ๒ เคาะ Space Bar จากเลข ลาด บท ห วข อย อย และเร มพ มพ เน อความท ระยะ ๒ เคาะ Space Bar ถ ดจากช อห วข อย อย) ๑.๑.๑ ช อห วข อย อยรองถ ดไป (ม ข อกาหนดเช นเด ยวก บห วข อข างต น) ๒. ช อห วข อรอง (ม ข อกาหนดเช นเด ยวก บห วข อข างต น) ๒.๑ ช อห วข อย อย (ม ข อกาหนดเช นเด ยวก บห วข อข างต น) (เว นระยะห างจากห วข อนาก อนหน า ๒ ช วงบรรท ด หร อ ๒ เคาะ ENTER เม อจะข นห วข อใหม ) ช อห วข อนาของบทหร อห วข อร มซ ายถ ดไป (ช อห วข อสอดคล องก บสารบ ญ ต วหนา ข ดเส นใต ) (เว นระยะห างจากห วข อนา ๑ ช วงบรรท ด หร อ ๑ เคาะ ENTER ก อนเร มพ มพ เน อความ) เร มพ มพ เน อความโดยเย องย อหน าจากขอบซ ายเข าไป ½ น ว ๑. ช อห วข อรอง (ม ข อกาหนดเช นเด ยวก บห วข อข างต น) ๑.๑ ช อห วข อย อย (ม ข อกาหนดเช นเด ยวก บห วข อข างต น) ๑.๑.๑ ช อห วข อย อยรองถ ดไป (ม ข อกาหนดเช นเด ยวก บห วข อข างต น) ๑ น วจากขอบล าง
ผนวก (ลาด บท ต วอ กษร ก,ข,...) (ช อผนวก) (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) ห วข อนาของผนวกหร อห วร มซ าย เร มข อความ (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) ห วข อนาของผนวกหร อห วข อร มซ ายถ ดไป เร มข อความ ผนวกม ว ตถ ประสงค เพ อเพ มความกระจ าง ขยายความ สน บสน นความถ กต อง และหร อความน าเช อถ อ ของบทความสาค ญๆ ท เก ยวข องก บป ญหาท ได กล าวไว ในต วบท ซ งในบางห วข อคณะท างานฯ อาจไม สามารถสร ป ให กะท ดร ด ช ดเจนได อย างเพ ยงพอ เน องจากม รายละเอ ยดค อนข างมาก ด งน น จ งได จ ดท าเป นผนวกแยกไว ศ กษาเพ มเต มต างหาก โดยในภาคผนวกอาจเป นรายละเอ ยดของหน งส อราชการ หน งส อต ดต อขอความร วมม อ ในการว จ ย เอกสารรายละเอ ยดของการว จ ย กฎระเบ ยบ ข อบ งค บ กฎหมาย หล กปฏ บ ต หร ออ น.ๆ ท เก ยวข อง ตามท เห นสมควร ซ งควรจ ดทาให กะท ดร ดและช ดเจนเช นก น โดยควรเป นการสร ปเฉพาะข อความส าค ญท เก ยวข อง ก บประเด นป ญหาหร อข อความท ต องการขยายความตามท ปรากฎในต วบทเท าน น ไม ควรค ดลอกมาท งระเบ ยบ หร อค าส ง หร อท งต วบทความ (ยกเว นเม อเห นว าม ความยาวหน ากระดาษไม มากน ก) เพราะจะท าให เอกสารว จ ย ท จ ดท าข นน นม ความหนาของหน ากระดาษท มากเก นความจ าเป น และม ข อม ลขยะท ไม เก ยวข องร วมอย ด วย มากเก นไป สาหร บข อม ลท สร ปและจ ดทาเป นผนวกน นควรระบ แหล งท มาของข อม ลด วยท กคร ง เพ อเป นการย นย น ความถ กต องและเพ มความน าเช อถ อ ท งน ในการจ ดทาผนวกม ข อกาหนดเพ มเต มด งน ๑. การให หมายเลขกาก บผนวก ให ใช ต วอ กษรภาษาไทย และเร มท ผนวก ก,ข,ค,...ตามลาด บ ๒. การให หมายเลขหน าก าก บผนวก ให วางต าแหน งไว ท ขอบล างและจ ดก งกลางหน ากระดาษ ใช ร ปแบบ ก-๑, ก-๒,... หร อ ข-๑, ข-๒,... และใช ชน ดแบบต วอ กษรและขนาดอ กษรเช นเด ยวก บต วเร อง ซ งหมายถ ง หน าท ๑ หร อ ๒ ของผนวก ก, หร อ ผนวก ข เป นต น ๓. การให หมายเลขหน ารวมท งเอกสาร ย งคงไว เช นเด ม ค อท ต าแหน งม มขวาด านบนของหน ากระดาษ และเร ยงลาด บต อเน องจากส วนก อนหน า ๔. กรณ ท ต องจ ด อน ผนวก หร อใบแทรกเพ มเต ม ก ให ใช ร ปแบบเช นเด ยวก นก บการจ ดพ มพ ผนวก โดยในหน าส ดท ายของผนวกให พ มพ รายการอน ผนวกแสดงไว ด วย เช น
รายการอน ผนวก (ต วหนา ข ดเส นใต ) ถ าม ๑. (ช ออน ผนวก ๑) ๒. (ช ออน ผนวก ๒) ๓. (ช ออน ผนวก ๓)
อน ผนวก (ลาด บท ๑,๒,...) ของผนวก (ก,ข,...) (ช ออน ผนวก) (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) ห วข อนาของผนวกหร อห วร มซ าย เร มข อความ (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) ห วข อนาของผนวกหร อห วข อร มซ ายถ ดไป เร มข อความ การให เลขหน ากาก บ ม ร ปแบบเช นเด ยวก นก บการจ ดทาผนวก โดยม ล กษณะเพ มเต ม เช น ก-๑-๑, ก-๑-๒,... หมายถ ง หน าท ๑, ๒,... ของ อน ผนวก ๑ ของผนวก ก รายการใบแทรก (ต วหน า ข ดเส นใต ) ถ าม ให แสดงไว หน าส ดท ายของอน ผนวกน นๆ ก. (ช อใบแทรก ก.) ข. (ช อใบแทรก ข.) ค. (ช อใบแทรก ค.)
ใบแทรก (ก,ข,...) ของอน ผนวก (๑,๒,..) ของผนวก (ก,ข,...) (ช อใบแทรก) (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) ห วข อนาของใบแทรกหร อห วร มซ าย เร มข อความ (ต วหนา ไม ข ดเส นใต ) ห วข อนาของผนวกหร อห วข อร มซ ายถ ดไป เร มข อความ การให ล าด บท ของใบแทรกให ใช ต วอ กษรภาษาไทยเร ยงจาก ก,ข,... ตามล าด บ และม ร ปแบบการจ ดท าอ น ๆ เช นเด ยวก บการจ ดทาผนวก หร ออน ผนวก โดยม ล กษณะการให เลขหน าเพ มเต มด งน เช น ก-๑-ก-๑, ก-๑-ก-๒,... หมายถ ง หน าท ๑,๒,...ของใบแทรก ก ของอน ผนวก ๑ ของผนวก ก
½ น ว (๑ เคาะ Enter ของขนาดอ กษร 16 pt) หน งส อ (ต วหนา ข ดเส นใต ) (ถ าม เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป บรรณาน กรม ½ น ว วารสาร (ถ าม ) เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป ½ น ว กฎหมายหร อประกาศของทางราชการ เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป ½ น ว หน งส อราชการ เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป
½ น ว ว ทยาน พนธ และเอกสารว จ ยส วนบ คคล เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป ½ น ว เอกสารประกอบการศ กษา เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป ½ น ว หน งส อพ มพ รายว น เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป ½ น ว เอกสารท ย งไม ได จ ดพ มพ เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป ½ น ว คาส ม าษณ หร อคาบรรยาย เร มรายช อเอกสารเร องแรก เร มรายช อเอกสารเร องถ ดไป
เอกสารต างประเทศ ๑. ให เร ยงห วข อเอกสารตามท ลาด บไว ด งต วอย างของเอกสารภาษาไทย (ห วข อใดไม ม ให ข ามไป) ๒. ถ าม ไม ถ ง ๑๐ รายการไม ต องแยกเป นห วข อต าง ๆ ๓. ถ าม เอกสารอ นท ไม ตรงก บห วข อน หลายเล ม ให ต งห วข อใหม จะใส ตรงไหนให พ จารณาถ งล กษณะ และความสาค ญของเอกสารน น แต ถ าม น อยเล มอาจแทรกในห วข อใด ๆ โดยอน โลม ๔. การเร ยงลาด บช อผ แต งในแต ละห วข อเอกสาร เร ยงตามลาด บต วอ กษรต วแรกของช อผ แต ง ว ธ การเข ยนบรรณาน กรม หน งส อและบทความในหน งส อ ผ แต ง, ฐาน นดรศ กด (ถ าม ). ช อหน งส อหร อช อเร อง. ช อช ดหน งส อและลาด บท (ถ าม ). คร งท พ มพ (กรณ พ มพ มากกว า ๑ คร ง. จานวนเล ม(กรณ ม หลายเล ม. สถานท พ มพ : สาน กพ มพ หร อโรงพ มพ, ป ท พ มพ. ผ แต ง, ฐาน นดรศ กด (ถ าม ). ช อหน งส อหร อช อเร อง. ช อช ดหน งส อและลาด บท (ถ าม ). คร งท พ มพ (กรณ พ มพ มากกว า ๑ คร ง. จานวนเล ม(กรณ ม หลายเล ม. สถานท พ มพ : สาน กพ มพ หร อโรงพ มพ, ป ท พ มพ. ผ แต ง, ฐาน นดรศ กด (ถ าม ). ช อหน งส อหร อช อเร อง. ช อช ดหน งส อและลาด บท (ถ าม ). คร งท พ มพ (กรณ พ มพ มากกว า ๑ คร ง. จานวนเล ม(กรณ ม หลายเล ม. สถานท พ มพ : สาน กพ มพ หร อโรงพ มพ, ป ท พ มพ. (พ มพ เร ยงตามล าด บอ กษรของช อผ แต งแยกระหว างภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ เว นบรรท ด ๒ บรรท ด ระหว างแต ละรายการเหม อนก นท งสองภาษา) ผ แต ง. ช อเร อง. แปลโดย สถานท พ มพ : สาน กพ มพ, ป ท พ มพ. บทความ ผ เข ยน, ช อบทความ. ใน ช อเร อง, หน า เลขหน า. ช อบรรณาธ การหร อผ รวบรวม. สถานท พ มพ : สาน กพ มพ, ป ท พ มพ. ผ เข ยน. ช อบทความ. ช อวารสาร ป ท เด อน ป : หน า เลขหน า. ผ เข ยน. ช อบทความ. ช อหน งส อพ มพ ว น เด อน ป : หน า เลขหน า.
ผ เข ยน. ช อบทความ. ช อสาราน กรม เล มท ป ท พ มพ : หน า เลขหน า. ผ เข ยนบทว จารณ. ว จารณ เร อง ช อหน งส อท ว จารณ, โดย ผ แต งหน งส อท ว จารณ. ช อวารสาร เลขป ท (เด อน ป ) : เลขหน า. เอกสารอ น ๆ ผ เข ยนว ทยาน พนธ. ช อว ทยาน พนธ. ว ทยาน พนธ ระด บของว ทยาน พนธ ช อคณะหร อแผนกว ชา. ช อสถาบ นการศ กษา, ป ท พ มพ ผลงาน. ผ เข ยน. ช อเอกสารท ไม ได ต พ มพ. สถานท พ มพ : หน วยงานท พ มพ, ป ท พ มพ. (ว ธ การพ มพ เช น อ ดสาเนา ฯลฯ). ส มภาษณ ผ ให ส มภาษณ. ตาแหน ง (ถ าม ). ส มภาษณ, ว นท เด อน (เต ม) เลข พ.ศ. (เต ม).
รายการแจกจ าย นขต.ทร.(เว น กร., นย., สอ.รฝ., และ สพ.ทร.,) หน วยละ ๑ เล ม ๓๔ เล ม กร. ๓๐ เล ม นย. ๑๐ เล ม สอ.รฝ. ๑๐ เล ม สพ.ทร. ๑๐ เล ม ศปก.ทร. ๑๐ เล ม รวม ๑๐๐ เล ม